Patch Test คืออะไร ตรวจการแพ้ผิวหนังแบบสัมผัสและสารก่อการแพ้
ศูนย์ : ศูนย์ผิวหนังและความงาม
บทความโดย : นพ. ชาญเกียรติ ส่องสันติภาพ
Patch Test การทดสอบภูมิแพ้ผิวหนังแบบสัมผัสที่เกิดจากการสัมผัสสารที่แพ้โดยตรง เพื่อยืนยันสารที่ทำให้เกิดการแพ้ อาทิ เครื่องสำอาง สบู่ น้ำหอม ถุงมือยาง เครื่องประดับ สารกันบูด สีย้อมผม ครีมกันแดด เป็นต้น ซึ่งแต่ละคนสามารถแพ้สารต่าง ๆ มากกว่าชนิดเดียว เป็นการตรวจที่สะดวกโดยการติดสารก่อภูมิแพ้มาตรฐานบนผิวหนัง และอ่านผลตามระยะเวลาที่กำหนด ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยสาเหตุของการแพ้ได้อย่างแม่นยำนำไปสู่การรักษาและการหลีกเลี่ยงสารกระตุ้นได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย
สารบัญ
Patch Test คืออะไร ใช้ตรวจอะไรบ้าง
Patch Test คือ การทดสอบภูมิแพ้ผิวหนังแบบสัมผัสเป็นวิธีตรวจหาสาเหตุของอาการแพ้แบบสัมผัส โดยแพทย์จะติดสารทดสอบลงบนผิวหนังเพื่อสังเกตว่ามีสารชนิดใดกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้หรือผื่นขึ้นบ้าง สารที่พบว่าเป็นสาเหตุของการแพ้ได้บ่อยแบ่งออกเป็นสารระคายเคืองและสารก่อภูมิแพ้ เช่น แอลกอฮอล์ สารฟอกขาว สารกันบูด ยาฆ่าแมลง รวมถึงนิกเกิล น้ำหอม เครื่องสำอาง ครีมกันแดด สีย้อมผม ยาบางชนิด และสารเคมีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
ใครบ้างที่ควรตรวจ Patch Test
- ผู้ที่มีผื่นแพ้ผิวหนังอักเสบเป็นระยะเวลานาน หรือหาสาเหตุไม่ได้
- ผู้ที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังหรือเป็นซ้ำบ่อย โดยเฉพาะที่มือ เท้า ใบหน้า เปลือกตา ติ่งหู ข้อมือ ลำคอ รักแร้
- ผู้ที่สงสัยว่าแพ้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
- ผู้ที่มีอาการคัน ผื่นแดง ลอก หรือแสบร้อนหลังสัมผัสสารบางชนิด
- ผู้ที่ต้องหลีกเลี่ยงสารก่ออาการแพ้เพื่อป้องกันอาการกำเริบ
- ผู้ที่สงสัยว่าแพ้สารเคมีจากการทำงาน เช่น ช่างทำผม ช่างก่อสร้าง พนักงานทำความสะอาด เป็นต้น
การเตรียมตัวก่อนตรวจ Patch Test
- งดยาทาสเตียรอยด์บริเวณหลังตามคำแนะนำแพทย์ อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
- หลีกเลี่ยงการรับประทานยากดภูมิแพ้บางชนิด
- เตรียมผลิตภัณฑ์ที่สงสัย ไปให้แพทย์ดูด้วย (หากมี)
- แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัวหรือกำลังตั้งครรภ์
- ไม่ทดสอบในสตรีมีครรภ์
ขั้นตอนการทดสอบ Patch Test
- แพทย์จะชักประวัติเพื่อหาสารที่สงสัยว่าเป็นสาเหตุการแพ้ของผู้ป่วยในแต่ละบุคคล
- แพทย์จะทำการปิดแผ่นทดสอบบริเวณหลัง จำนวน 32 ชนิด หรือสิ่งที่สงสัยว่าอาจเป็นสาเหตุของการแพ้
- หลังปิดแผ่นทดสอบ ผู้ป่วยต้องระวังไม่ให้บริเวณที่ทดสอบโดนน้ำ เลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เสียเหงื่อ หากมีอาการคันห้ามเกาแต่สามารถทานยาแก้แพ้ได้
- ผู้ป่วยต้องมาพบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้ง เมื่อครบ 48, 72 และ 96 ชั่วโมง
- หลังจากที่แพทย์ทำการอ่านผล แพทย์จะตรวจวินิจฉัยโดยละเอียดว่าผู้ป่วยแพ้สัมผัสสารตัวใดบ้าง
- ประเมินความรุนแรงของการแพ้ แนะนำวิธีการปฏิบัติตัวและให้ยาเพื่อรักษาอาการแพ้ต่อไป
การอ่านผล Patch Test
แพทย์จะประเมินผลจากลักษณะผิวหนัง โดยผลการตรวจช่วยให้แพทย์แนะนำการหลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้อย่างเหมาะสม อาทิ
- ไม่มีปฏิกิริยา เท่ากับ ไม่แพ้
- ผื่นแดงเล็กน้อย เท่ากับ แพ้ระดับน้อย
- ผื่นแดง บวม คัน เท่ากับ แพ้ระดับปานกลาง
- มีตุ่มน้ำหรืออักเสบรุนแรง เท่ากับ แพ้ระดับมาก
ข้อแตกต่าง Patch Test และ Skin Prick Test (สะกิดผิว)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Patch Test
-
ตรวจ Patch Test เจ็บไหม
ไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวด เนื่องจากเป็นการ แปะสารทดสอบลงบนผิวหนังโดยไม่ใช้เข็มหรือการเจาะ อาจมีอาการคัน ระคายเคือง หรือผื่นแดงเล็กน้อยในบางราย ซึ่งมักเป็นอาการชั่วคราวและหายได้เอง
-
ทำ Patch Test แล้วอาบน้ำได้ไหม
ระหว่างที่ติดแผ่นทดสอบ แนะนำให้งดการอาบน้ำหรือหลีกเลี่ยงไม่ให้บริเวณที่ติด Patch Test เปียกน้ำ เพื่อป้องกันแผ่นทดสอบหลุดหรือผลตรวจคลาดเคลื่อน หลังจากแพทย์ถอดแผ่นทดสอบและอ่านผลแล้ว สามารถอาบน้ำได้ตามปกติ
-
ทำ Patch Test กี่วันรู้ผล
โดยทั่วไป แพทย์จะอ่านผลการตรวจ Patch Test ครั้งแรกหลังติดแผ่นทดสอบประมาณ 48 ชั่วโมง และอ่านผลซ้ำอีกครั้งภายใน 72 ชั่วโมง ดังนั้นจะทราบผลการตรวจภายในประมาณ 2-3 วัน
ข้อควรระวังและผลข้างเคียงPatch Test เป็นการตรวจที่ปลอดภัย แต่อาจเกิดผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น คันหรือระคายเคืองบริเวณที่ทดสอบ รอยแดงหรือรอยคล้ำชั่วคราว และอาการแพ้รุนแรงซึ่งพบได้น้อยมาก โดยการตรวจควรทำภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง
Patch Test เป็นการตรวจที่ช่วยค้นหาสาเหตุของผื่นแพ้ผิวหนังแบบสัมผัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และลดการกลับเป็นซ้ำของอาการได้ การตรวจควรทำโดยแพทย์เฉพาะทางในโรงพยาบาลเพื่อความแม่นยำและปลอดภัย โดยสามารถติดต่อเข้ามารับบริการได้ที่ ศูนย์ผิวหนังและความงาม ชั้น 2 โรงพยาบาลนครธน พร้อมให้บริการ
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
บทความทางการแพทย์ศูนย์ผิวหนังและความงาม
